
ดาวกระจาย เขากวาง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hygrophila difformis (L.f.) Bi.
ชื่อสามัญ : Water wisteria
ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE
ลักษณะทั่วไป : ลำต้นแข็งตั้งตรง มีข้อปล้องเห็นชัดเจน แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเป็นใบเดี่ยวออกจากลำต้นแบบตรงกันข้าม และตั้งฉากกับคู่ถัดไป ใบมี 2 แบบ ใบใต้น้ำมีลักษณะเป็นแฉกลึกแบบ Pinnate หรือ Deeply lobe ใบบางนิ่ม สีเขียวอ่อน ส่วนใบเหนือน้ำลักษณะเป็นรูปไข่ ขอบใบหยักเป็นซี่ฟันเลื่อย สีเขียวแก่ ใบหนาและอ่อนนุ่มมองดูคล้ายกำมะหยี่ ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบมีดอกย่อย 1-3 ดอก ไม่มีก้าน ช่อดอก ดอกย่อยเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียว โคนกลีบเลี้ยงติดกันเป็นหลอด กลีบดอกมี 5 กลีบ ปลายกลีบแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนมี 2 แฉก สีม่วงอ่อน ส่วนล่างมี 3 แฉก สีม่วงแก่ ด้านในของกลีบดอกมีลวดลายเป็นสีม่วง เกสรตัวผู้มี 4 อัน ติดกับด้านในของกลีบดอก มีขนาดสั้นยาวไม่เท่ากัน
สถานภาพในธรรมชาติ : เป็นพืชที่สามารถเจริญได้ทั้งใต้น้ำหรือชายน้ำ สามารถขึ้นในชื้นแฉะโดยรากเจริญอยู่ใต้น้ำแต่ใบเจริญเหนือน้ำ ชอบขึ้นในน้ำที่มี pH 6.5-7.0 อุณหภูมิของน้ำ 24-28 องศาเซลเซียส
การขยายพันธุ์ : ลำต้นปักชำในแปลงดิน แล้วตัดลำต้นที่แตกใหม่ไปปักชำใต้น้ำ จนกระทั่งใบใต้น้ำมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเป็นแฉกลึกสวยงามจึงนำไปประดับตู้ปลา
การประดับตู้ปลา : ปลูกบริเวณกลางตู้หรือหลังตู้ปลา อาจจะเด็ดยอดให้สั้นลงเพื่อปลูกเป็นกลุ่มบริเวณด้านหน้าตู้ สภาวะที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงในตู้ คือ อุณภูมิ 28 องศาเซลเซียส pH ของน้ำ 6.2-7.2 ระดับน้ำลึก 30-40 เซนติเมตร

หางนกยูงใบสั้น สตริคต้า ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hygrophila stricta (Vahl.) Lindau.
ชื่อสามัญ : -
ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE
ลักษณะทั่วไป : ลำต้นเหนือน้ำมีลักษณะกลมเรียว สีเขียวอมน้ำตาล มีขนสีขาว ใบเดี่ยว มีสีเขียวเข้ม แตกออกจากลำต้นแบบตรงข้ามสลับฉาก (Decussate) ใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่ (Ovate–oblong) ปลายใบแหลม (Aute) ขอบใบหยักมนเล็กน้อย โคนใบมน (Obtuse) ใบยาว 5-10 เซนติเมตร กว้าง 1-2 เซนติเมตร ลำต้นใต้น้ำมีลักษณะกลม เรียวยาว สีน้ำตาลแดง ไม่มีขน ข้อปล้องจะสั้นกว่าต้นเหนือน้ำ แผ่นใบบางเรียบ สีเขียวอ่อน ใบใต้น้ำยาว 10-20 เซนติเมตร กว้าง 1.5-4 เซนติเมตร ฐานใบเรียวติดกับลำต้น ใบใต้น้ำมักจะมีขนาดความยาวและความกว้างมากกว่าใบเหนือน้ำ 1-2 เท่า ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบ ช่อดอกแบบ Umbellet ดอก ประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียว ตอนโคนของกลีบเลี้ยงติดกันเป็นหลอด กลีบดอกมี 5 กลีบ ปลายกลีบแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนมี 2 แฉก ส่วนล่างมี 3 แฉก สีม่วงอ่อน เกสรตัวผู้มี 4 อัน มีลักษณะ 2 คู่ ยาวไม่เท่ากัน (Didynamous) เกษรตัวเมียมี 1 อัน ผลเป็นแบบ Capsule ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก
สถานภาพในธรรมชาติ : เป็นพืชที่เจริญอยู่เหนือน้ำหรือแบบครึ่งบกครึ่งน้ำ มีอายุหลายปี พบริมลำธาร น้ำตก เมื่อระดับน้ำสูงขึ้นสามารถปรับตัวอยู่ใต้น้ำได้ ถ้าอยู่ใต้น้ำอาจพบรากแตกที่ข้อ ชอบขึ้นในน้ำที่มี pH 5-7.5 อุณหภูมิของน้ำ 20-28 องศาเซลเซียส ปัจจุบันหายากในธรรมชาติ
การขยายพันธุ์ : ตัดลำต้นปักชำในแปลงดิน แล้วตัดลำต้นที่แตกใหม่ไปปักชำใต้น้ำก่อนนำไปประดับตู้ปลา
การประดับตู้ปลา : ปลูกบริเวณกลางตู้หรือหลังตู้ปลา หากได้รับแสงสว่างหรือธาตุอาหารเพียงพอใบจะเป็นสีเขียวอ่อนเหลือบสีชมพู สภาวะที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงในตู้ คือ มีอุณภูมิ 20-28 องศาเซลเซียส pH ของน้ำ 5.0-8.0 ระดับน้ำลึก 40 เซนติเมตร

หางนกยูงแดง หางนกยูงแคระ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hygrophila corymbosa
ชื่อสามัญ : -
ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE
ลักษณะทั่วไป : ลำต้นเหนือน้ำมีลักษณะกลมเรียว สีน้ำตาลแดง ใบเดี่ยว แผ่นใบด้านบนมีสีเขียวเข้มอมน้ำตาล แตกออกจากลำต้นแบบตรงข้ามสลับฉาก (Decussate) ใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่ (Ovate–oblong) ปลายใบแหลม (Aute) ขอบใบเรียว โคนใบมน (Obtuse) ใบยาว 8-12 เซนติเมตร กว้าง 2.5-3.5 เซนติเมตร ก้านใบยาว 1-2 เซนติเมตร ลำต้นใต้น้ำมีลักษณะกลมเรียว สีน้ำตาลแดง แผ่นใบบางเรียบ แผ่นใบด้านบนสีแดง ด้านล่างสีเขียวอ่อน ใบใต้น้ำยาว 10-20 เซนติเมตร กว้าง 1.5-4 เซนติเมตร ก้านใบยาว 1-2 เซนติเมตร ใบเหนือน้ำมักจะมีขนาดเล็กกว่าใบใต้น้ำ ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบ ช่อดอกแบบ Umbellet ดอกย่อยมีลักษณะเดียวกับหางนกยูงใบสั้น เกสรตัวผู้มี 4 อัน มีลักษณะ 2 คู่ ยาวไม่เท่ากัน (Didynamous) เกษรตัวเมียมี 1 อัน ผลเป็นแบบ Capsule ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก
สถานภาพในธรรมชาติ : พบขึ้นในร่องสวนพื้นเป็นดินโคลน ปัจจุบันพบน้อนในธรรมชาติหรืออาจสูญพันธุ์จากธรรมชาติ แต่ยังมีอยู่ในฟาร์มเพาะขยายพันธุ์เท่านั้น
การขยายพันธุ์ : ตัดลำต้นปักชำในแปลงดิน แล้วตัดลำต้นที่แตกใหม่ไปปักชำใต้น้ำ จนกระทั่งด้านบนของแผ่นใบมีสีแดงสวยงาม จึงนำไปประดับตู้ปลา
การประดับตู้ปลา : เป็นพรรณไม้น้ำที่ปลูกเป็นพุ่มหน้าตู้ปลาหรือกลางตู้ปลา มีการเจริญเติบโตช้ากว่าชนิดหางนกยูงใบสั้นและใบยาว มีความทนทาน สภาวะที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงในตู้ คือ มีอุณภูมิ 20-28 องศาเซลเซียส pH ของน้ำ 5.0-8.0 ระดับน้ำลึก 40 เซนติเมตร

หางนกยูงใบยาว หลิวน้ำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hygrophila angustifolia
ชื่อสามัญ : -
ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE ลักษณะทั่วไป : ลำต้นเหนือน้ำมีลักษณะกลมเรียว สีเขียว มีขนสีขาว ใบเดี่ยว มีสีเขียวเข้ม แตกออกจากลำต้นแบบตรงข้ามสลับฉาก (Decussate) ใบรูปหอก (Lanceolate) ปลายใบแหลม (Aute) ขอบใบหยักมนเล็กน้อย โคนใบมน (Obtuse) ใบยาว 5-10 เซนติเมตร กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ก้านใบยาว 0.5-1 เซนติเมตร ลำต้นใต้น้ำมีลักษณะกลม เรียวยาว สีน้ำตาลแดง ไม่มีขน แผ่นใบเรียวยาว สีเขียวอ่อน ใบใต้น้ำยาว 15-30 เซนติเมตร กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ฐานใบเรียวแหลมติดกับลำต้น ใบใต้น้ำมักจะมีขนาดความยาวมากกว่าใบเหนือน้ำ 2-3 เท่า พริ้วตัวไปตามกระแสน้ำ ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบ ช่อดอกแบบ Umbellet หรือ Panicle ดอกย่อยมีลักษณะเหมือนกับดอกหางนกยูงใบสั้น เกสรตัวผู้มี 4 อัน มีลักษณะ 2 คู่ ยาวไม่เท่ากัน (Didynamous) เกษรตัวเมียมี 1 อัน ผลเป็นแบบ Capsule ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก
สถานภาพในธรรมชาติ : เป็นพืชที่เจริญอยู่เหนือน้ำหรือแบบครึ่งบกครึ่งน้ำ มีอายุหลายปี พบขึ้นริมลำธาร น้ำตก ลักษณะดินปนทราย เมื่อระดับน้ำสูงขึ้นสามารถปรับตัวอยู่ใต้น้ำได้ ถ้าอยู่ใต้น้ำอาจพบรากแตกที่ข้อ ชอบขึ้นในน้ำที่มี pH 5.0-7.0 อุณหภูมิของน้ำ 20-28 องศาเซลเซียส ปัจจุบันหายากในธรรมชาติ
การขยายพันธุ์ : ตัดลำต้นปักชำในแปลงดิน แล้วตัดลำต้นที่แตกใหม่ไปปักชำใต้น้ำจนกระทั่งมีลักษณะเรียวยาว จึงนำไปประดับตู้ปลา
การประดับตู้ปลา : ปลูกบริเวณกลางหรือหลังตู้ปลา ใบเรียวยาว พริ้วตัวได้ดีเมื่ออยู่ใต้น้ำ โดยเฉพาะเมื่อมีกระแสน้ำเอื่อยๆ จะพริ้วตัวสวยงาม สภาวะที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงในตู้ คือ มีอุณภูมิ 20-26 องศาเซลเซียส pH ของน้ำ 5.5-7.5 ระดับน้ำลึก 40-60 เซนติเมตร

ขาไก่
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hygrophila polysperma T. And.
ชื่อสามัญ : Dwart Hygrophila, Indian water star
ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE
ลักษณะทั่วไป : ลำต้นเรียวยาวมีกิ่งก้านสาขาแตกจากลำต้นเดิม ถ้าเจริญในที่ชุ่มชื้นลำต้นมักจะเลื้อยทอดตามพื้นดินแล้วแตกกิ่งก้านใหญ่ชู ยอดขึ้นมาเหนือผิวดิน มองเห็นข้อปล้องเห็นชัดเจน มีรากงอกจากโคนต้นและข้อของลำต้น ลำต้นที่ขึ้นใต้น้ำมักจะขึ้นตั้งตรง ลำต้นที่เจริญเหนือน้ำมีขนปกคลุม และมีลักษณะแข็งแรงกว่าลำต้นที่เจริญใต้น้ำ ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่ค่อนข้างยาว ปลายใบทู่ ขนาดของใบยาว 2.0-5.0 เซนติเมตร กว้าง 1.0-1.5 เซนติเมตร สีเขียวอ่อนถึงสีเขียวแก่ปานกลาง ใบที่เจริญใต้น้ำเกลี้ยงไม่มีขนปกคลุม ส่วนใบที่เจริญเหนือน้ำมีขนปกคลุม สีเขียวเข้ม หนาและอวบน้ำกว่าใบใต้น้ำ ดอกมีลักษณะเป็นช่อแบบ Spike ไม่มีก้านช่อดอก เจริญจากซอกใบบริเวณปลายๆ ลำต้น เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกสีม่วงอ่อนหรือสีขาว โคนกลีบดอกติดกันเป็นหลอด ปลายกลีบแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบน (Upper lip) มี 2 แฉก ส่วนล่าง (Lower lip) มีจำนวน 3 แฉก เกษรตัวผู้มี 2 อัน ติดกับกลีบดอก อับเรณูมีรูปร่างยาว กลีบเลี้ยงมีจำนวน 5 กลีบ แต่ละกลีบแยกจากกันจนถึงโคนกลีบสีเขียว มีลักษณะเป็นเส้นยาว 3-5 เซนติเมตร กลีบรองหรือใบประดับมี 2 ใบ ลักษณะเป็นรูปหอกยาว มีขนปกคลุมเกือบทุกส่วนของดอก ผลเป็นแบบ Capsule
สถานภาพในธรรมชาติ : ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะหรือชายน้ำ ที่มีพื้นดินปนทราย มีรากเจริญในดินใต้น้ำ ส่งใบและดอกเจริญเหนือน้ำที่มี pH 6.8-7.8 อุณหภูมิของน้ำ 23-28 องศาเซลเซียส ปัจจุบันหายากในธรรมชาติ
การขยายพันธุ์ : ใช้การตัดลำต้นปักชำในแปลงดิน แล้วตัดลำต้นที่แตกใหม่ไปปักชำใต้น้ำ ก่อนลงปลูกประดับตู้ปลา
การประดับตู้ปลา : ปลูกบริเวณกลางตู้หรือหลังตู้ปลา เมื่อได้รับแสงสว่างและแร่ธาตุที่เหมาะสมจะทำให้ส่วนยอดมีสีชมพู สภาวะที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงในตู้ คือ มีอุณภูมิ 16-30 องศาเซลเซียส pH ของน้ำ 6.2-7.5 ระดับน้ำลึก 30-40 เซนติเมตร
 ขาไก่ด่าง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hygrophila polysperma T. And.
ชื่อสามัญ : Dwart Hygrophila, Indian water star
ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE
ลักษณะทั่วไป : เป็นพรรณไม้น้ำที่กลายพันธุ์มาจากขาไก่ธรรมดา ที่แตกต่างออกไปคือ ลักษณะของใบจะมองเห็นเส้นใบชัดเจน เส้นใบจะมีสีขาวตัดกับสีเขียวของแผ่นใบ ทำให้มองเห็นเป็นลวดลาย จึงเรียก "ขาไก่ด่าง" เมื่อนำปลูกใต้น้ำ จะมีสีสวยงาม คือ แผ่นใบด้านบนจะมีสีแดงหรือน้ำตาลแดง มองเห็นเส้นใบสีเหลืองอ่อนหรือสีขาวชัดเจน แผ่นใบด้านล่างสีเขียวอ่อน
การประดับตู้ปลา : ปลูกบริเวณกลางตู้ปลาหรือเด็ดยอดให้สั้นลง เพื่อปลูกเป็นกลุ่มหน้าตู้ปลา ในตู้ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และมีธาตุอาหารเหมาะสม ใบจะออกสีแดงหรือชมพู สภาวะที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงในตู้ คือ มีอุณภูมิ 16-30 องศาเซลเซียส pH ของน้ำ 6.2-7.5 ระดับน้ำลึก 30-40 เซนติเมตร
 หอมน้ำ พลับพลึงน้ำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Crinum thaianum Schultze
ชื่อสามัญ : Onion plant, Thai onion plan t ชื่อวงศ์ : AMARYLLIDCEAE
ลักษณะทั่วไป : ลำต้นมีลักษณะเป็นหัวขนาดใหญ่แบบหัวหอม (Bulbous rootstock) เจริญอยู่ในดินใต้น้ำ ขนาดของหัวเมื่อเจริญเต็มที่ประมาณ 2 นิ้ว ใบเป็นใบเดี่ยว รูปร่างเป็นแบบยาว แตกจากลำต้นเป็นกอ โคนใบหุ้มประกบกันดูคล้ายเป็นลำต้น ใบมีสีเขียวอ่อนถึงเขียวแก่ หนาแข็งแรง ขนาดของใบกว้าง 1.5-3.0 เซนติเมตร และอาจยาวถึง 1.5 เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของดินและความลึกของน้ำ ดอกมีลักษณะเป็นช่อแบบ ร่ม (Umble) คือช่อดอกมีก้านดอกย่อย (Pedicel) เกิดจากจุดเดียวกันบนก้านช่อดอก (Peduncle) ก้านช่อดอกเจริญจากหัวใต้ดิน มีก้านช่อดอกใหญ่ แข็งแรง ยาวประมาณ 12-20 เซนติเมตร แต่ละช่อมีดอกย่อย 2-7 ดอก มีกาบดอก (Petal) แต่ละกลีบแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โคนกลีบมีลักษณะเป็นท่อยาว ส่วนปลายแยกเป็น 6 กลีบ ลักษณะกลีบเรียวยาวเป็นรูปหอก ส่วนโคนที่เป็นท่อจะมีความยาวมากกว่าส่วนที่แยกเป็นกลีบ เกสรตัวผู้มี 6 อัน ติดอยู่กับส่วนบนของกลีบรวม ส่วนที่เป็นหลอดตรงบริเวณที่ต่อกับส่วนที่แยกเป็นกลีบ ก้านชูอับเรณู (Filament) ยาวเกือบเท่ากับกลีบรวม ตอนปลายมีสีแดงอมม่วง แต่ตอนโคนเป็นสีขาว อับเรณูติดกับก้านชูอับเรณูบริเวณตรงกลางทำให้เคลื่อนไหวไปมาอย่างอิสระ ละอองเรณูมีสีเหลือง ก้านเกษรตัวเมียยาวมาก ตอนโคนสีขาว และตอนปลายสีแดงอมม่วงเช่นเดียวกับเกษณตัวผู้ ยอดเกสรตัวเมียมีขนาดเล็ก ผลเป็นแบบ Capsule ขนาดใหญ่มีผิวขรุขระ
สถานภาพในธรรมชาติ : เป็นพืชสะเทินน้ำสะเทินบก อายุหลายปี ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะหรือบริเวณชายน้ำ หัวหรือลำต้นเจริญในดินใต้น้ำ ส่งใบเจริญเหนือน้ำ สามารถเจริญได้ดีเมื่อมีน้ำท่วมขัง ชอบอยู่ในน้ำที่มี pH 6.5-7.8 อุณหภูมิของน้ำ 25-28 องศาเซลเซียส พบเฉพาะในเขตภาคใต้ของไทย
การขยายพันธุ์ : นำหัวมาปลูกในแปลงที่มีวัสดุปลูกเป็นดินหรือกรวดขนาดเล็ก เพื่อให้แตกหัวขึ้นใหม่ จากนั้นนำหัวมาชำใต้น้ำให้แตกใบ ก่อนนำไปประดับตู้ปลา
การประดับตู้ปลา : เป็นพรรณไม้น้ำที่มีใบเรียวยาวจึงนิยมนำมาปลูกหลังตู้ปลาที่มีขนาดใหญ่ มีความทนทานอยู่ในตู้ปลาได้เป็นเวลานาน สภาวะที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงในตู้ คือ มีอุณภูมิ 24-28 องศาเซลเซียส pH ของน้ำ 6.8-7.5 ระดับน้ำลึก 1 เมตร
 ผักเป็ดแดง ผักเป็ดน้ำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Alternanthera sessilis (L.) DC.
ชื่อสามัญ : Alligator weed, Sessile joyweed
ชื่อวงศ์ : AMARANTHACEAE
ลักษณะทั่วไป : เจริญเติบโตได้ทั้งในน้ำและบนบก ลำต้นมีทั้งที่ขึ้นตั้งตรง เลื้อยทอดไปตามพื้นดิน หรือลอยน้ำ มีข้อปล้องเห็นชัดเจน มีรากงอกจากข้อของลำต้น ลำต้นที่ขึ้นตั้งตรงจะมีลักษณะแข็งเล็กเรียว สูงประมาณ 30 เซนติเมตร ลำต้นที่ลอยน้ำจะมีลักษณะพองกลวง ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอกออกตรงข้ามกัน ขอบใบเรียว ปลายใบอาจจะแหลม ทู่ หรือมนกลม ก้านใบสั้น ดอกออกเป็นช่อประกอบด้วยดอกย่อยเล็กๆ อัดกันแน่นแบบ Head ดอกมีสีขาวเรียงตัวเป็นกระจุกที่ซอกใบ ช่อดอกและดอกย่อยไม่มีก้านช่อดอก
สถานภาพในธรรมชาติ : พบแพร่กระจายอยู่ทั่วไปบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ที่ชื้นแฉะหรือบริเวณค่อนข้างแห้ง สามารถเจริญได้ดีในที่มีระดับน้ำไม่ลึกมากนัก
การขยายพันธุ์ : ตัดลำต้นปักชำในแปลงดิน แล้วตัดลำต้นที่แตกใหม่ไปปักชำใต้น้ำ จนกระทั่งลำต้นตั้งตรง จึงนำไปประดับตู้ปลา
การประดับตู้ปลา : เป็นพรรณไม้น้ำที่มีลำต้นตั้งตรงเรียวยาว มีสีแดง หรือแดงน้ำตาลแดงสวยงาม แข็งแรงและเจริญเติบโตไม่เร็วมาก จึงนิยมปลูกบริเวณกลางตู้ สภาวะที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงในตู้ คือ มีอุณภูมิ 22-28 องศาเซลเซียส pH ของน้ำ 5.8-7.5 ระดับน้ำลึก 40 เซนติเมตร
 ชบาแดง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aponogeton rigidifolia Schultze
ชื่อสามัญ : -
ชื่อวงศ์ : APONOGETONACEAE
ลักษณะทั่วไป : ลำต้นเป็นเหง้า (Rhizome) อยู่ในดินใต้น้ำ ใบเดี่ยวแตกจากลำต้นเป็นกอ ใบมี 2 ชนิด คือ ใบใต้น้ำและใบลอยน้ำ ก้านใบยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร แผ่นใบเรียวยาว รูปขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลม ฐานใบสอบ ขนาดใบกว้างประมาณ 3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ใบลอยน้ำมีก้านใบยาวส่งแผ่นใบขึ้นมาลอยที่ผิวน้ำ ใบใต้น้ำสีเขียวอมแดง ขอบใบหยักเป็นคลื่น ขนาดใบเหนือน้ำเล็กกว่าใบใต้น้ำ แต่หนากว่า สีเขียวเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อ ดอกย่อยเรียงอยู่รอบ ก้านช่อดอกใหญ่ ส่งดอกชูเหนือน้ำ ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาว มีกลีบรวม 2 กลีบ เกสรตัวผู้มี 10 อัน รังไข่มี 3 พู แยกกัน ผลมีขนาดเล็ก
สถานภาพในธรรมชาติ : ชอบขึ้นในน้ำตื้นที่มีน้ำนิ่ง หรือน้ำไหลเอื่อยๆ เช่น หนอง บึง ลำธาร หัวหรือเหง้าเจริญในดินใต้น้ำ พรรณไม้น้ำสกุลนี้จะมีระยะพักตัว (Resting stage) คือจะสลัดใบเหลือแต่หัวหรือเหง้าบางฤดูกาล และงอกใบใหม่ภายหลัง ปัจจุบันหายากในธรรมชาติ
การขยายพันธุ์ : ใช้หัวมาชำใต้น้ำให้แตกใบ สามารถเก็บหัวไว้ในที่มีอุณหภูมิ 12-15 องศาเซลเซียส จนกว่าจะนำมาปลูกใหม่
การประดับตู้ปลา : เป็นพรรณไม้น้ำขนาดใหญ่ ใบเรียวยาวหยักเป็นคลื่น และมีสีสันสวยงาม จึงนิยมนำมาปลูกหลังตู้ปลาขนาดใหญ่ มีความทนทานอยู่ในตู้ปลาได้เป็นเวลานาน สภาวะที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงในตู้ คือ มีอุณภูมิ 22-28 องศาเซลเซียส pH ของน้ำ 6.5-7.2 ระดับน้ำลึก 45-60 เซนติเมตร
 ใบพาย คริป อัลบิด้า
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cryptocoryne albida
ชื่อสามัญ : Crypts
ชื่อวงศ์ : ARACEAE
ลักษณะทั่วไป : ลำต้นเป็นเหง้า (Rhizome) สั้นๆ และมีไหลแตกเป็นต้นใหม่ ใบเป็นใบเดี่ยว แตกจากลำต้นเป็นกอ โคนก้านใบแผ่กว้างเป็นแผ่นหุ้มประกบกัน แผ่นใบรูปไข่เรียวยาว ขอบใบหยักเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบแหลม ใบสีเขียวหรือน้ำตาลอมแดง ใบยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร ก้านใบยาว 10-15 เซนติเมตร กว้าง 1-2 เซนติเมตร ดอกเป็นช่อแบบ Spadix ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ช่อดอกอยู่ภายในใบประดับขนาดใหญ่ (Spathe) ใบประดับมีสีเหลืองอ่อน
สถานภาพในธรรมชาติ : ชอบขึ้นในที่เป็นดินปนทราย น้ำมีความกระด้างเล็กน้อย พบในแหล่งน้ำที่เป็นลำธาร น้ำตื้นๆ เมื่อน้ำท่วมจะปรับตัวอยู่ใต้น้ำโดยรูปร่างและสีสันของไปจะเปลี่ยนไป
การขยายพันธุ์ : แยกลำต้นที่เกิดจากเหง้าหรือไหล
การประดับตู้ปลา : ปลูกบริเวณด้านหน้าหรือกลางตู้ปลาขึ้นอยู่กับขนาดของต้นที่นำมาปลูก เป็นพรรณไม้น้ำที่มีการเจริญเติบโตช้าไม่ต้องตัดแต่งบ่อย สภาวะที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงในตู้ คือ มีอุณภูมิ 20-28 องศาเซลเซียส pH ของน้ำ 6.5-7.0 ระดับน้ำลึก 40 เซนติเมตร
|