17902

เข้าชม

3

ตอบกลับ
กลับไปที่

UID
สมัครสมาชิกเมื่อ
3-9-2010 
เงิน
2287  
ตั้งกระทู้
650  
ตอบกระทู้
1565  
เข้าระบบล่าสุด
31-8-2014 
go

คาร์ดินัล ปลาสวยงามคู่ตู้ไม้น้ำ

                         ก่อนอื่นขอสวัสดีพ่อแม่พี่น้องชาว มอนอFISHCLUB ทุกท่านนะครับ ว่างๆช่วงนี้ผมขอกลับมาบ้าโพสต์กระทู้ให้เพื่อนๆได้เบื่อกันซักหน่อยนะครับ
                         ตอนนี้หาตู้นาโน 14 นิ้วหน้าโค้ง มาไว้ในห้องได้หนึ่งใบแระ ส่วนอุปกรณ์อื่นๆยังไม่ได้หาเลย กะจะทำตู้ไม้น้ำนาโน เล็กๆซักใบ (สงสัยจะเป็นโครงการฝุ่นเกาะของผมอีกตามเคย 555+ ) ช่วงนี้ก็ได้แต่หาข้อมูลไปเรื่อย มาเข้าเรื่องกันดีกว่า

                         ในบรรดาปลาตู้ที่อยู่คู่กับตู้ไม้น้ำ ปลาคาร์ดินัลเตตร้า หรือ ปลาคาร์ดินัล (อังกฤษ: Cardinal, ชื่อวิทยาศาสตร์: Paracheirodon axelrodi) จัดเป็นปลาน้ำจืดในวงศ์ปลาคาราซินของอันดับปลาคาราซิน ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับตู้ไม้น้ำ มันเป็นสัตว์ประจำถิ่นทางเหนือของแม่น้ำโอริโนโคและแม่น้ำนิโกรของอเมริกาใต้
เมื่อโตเต็มที่จะยาวประมาณ 3 เซนติเมตร ลักษณะของปลาคาร์ดินัลจะมีเส้นเหลือบสีน้ำเงินสดใสอันลักษณะประจำปลาในสกุล Paracheirodon ซึ่งเป็นปลาที่มีเส้นแบ่งด้านข้าง ร่างกายส่วนร่างเส้นนี้จะเป็นสีแดงสดดังนั้นจึงได้ชื่อว่า คาร์ดินัลเตตร้า คาร์ดินัลมองดูคล้ายญาติสนิทคือ ปลานีออนเตตร้า ซึ่งมักทำให้สับสนกันเป็นประจำ อย่างไรก็ตามสีแดงของปลานีออนจะมีแค่ครึ่งหนึ่งของลำตัวและเส้นสีน้ำเงินจะเปล่งประกายน้อยกว่า


ด้านบนเป็นภาพของปลาคาร์ดินัล


ภาพด้านบนแสดงถึงปลา นีออน (แถบสีแดงจะสั้นกว่านะครับ )


ลักษณะสะท้อนแสงของปลาชนิดนี้และปลานีออนเป็นสีทางโครงสร้างเกิดจากการ สะท้อนแสงภายในผลึกguanineซึ่งพัฒนามาจากเซลล์พิเศษที่เรียกว่าiridocytesใน ชั้นใต้ผิวหนัง สีน้ำเงินที่มองเห็นนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นกับมุมที่มองถ้ามองจาก ล่างขึ้นบนกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มจนกระทั่งเป็นสีคราม อย่างไรก็ตามถ้าเปลี่ยนมามองจากข้างบนตัวปลาสีก็จะกลายเป็นสีเขียว
                         ปลาคาร์ดินัลเป็นปลาตู้ที่คนนิยมอย่างมากแต่ว่าแพร่หลายน้อยกว่าปลานีออนเพราะ ว่าจนเมื่อไม่นานมานี้มันเป็นการยากที่จะเพาะพันธุ์ในที่เลี้ยง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน นักเพาะพันธุ์หลายรายก็สามารถที่จะเพาะพันธุ์ในที่เลี้ยงได้แล้ว แต่ก็มีประเด็นที่น่าสนใจอย่างหนึ่งในการตัดสินใจว่าเราควรซื้อปลาคาร์ดินัล ที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงหรือปลาที่ครีบขาด ๆ จากการจับจากธรรมชาติ โดยปกตินักเลี้ยงปลามักซื้อปลาเพาะแต่นักวิชาการชาวบราซิลเชื่อว่านักสะสม ปลาควรที่จะสนับสนุนการจับปลาคาร์ดินัลของลุ่มน้ำอเมซอนต่อไป เพราะนับตั้งแต่คนหลายพันในท้องถิ่นถูกจ้างให้จับปลาเพื่ออุตสาหกรรมปลาตู้ มันมีข้อบ่งชี้ว่าถ้าชาวประมงเหล่านั้นสูญเสียวิถีชีวิตของพวกเขาในการจับ ปลาคาร์ดินัลและปลาเขตร้อนอื่นๆ พวกเขาอาจกลับไปตั้งหน้าตั้งตาตัดไม้ทำลายป่าต่อ
ปลาเป็นสัตว์จำพวกที่รอบปีมีผลกับมันด้วยและช่วงชีวิตของมันจะมีเพียงแค่ ปีเดียวในธรรมชาติ แต่ในที่เลี้ยงมันจะมีชีวิตอยู่ได้ถึงเจ็ดปี อุตสาหกรรมทั้งหมดที่บาร์เซลอสบนฝั่งของแม่น้ำริโอเนรโกของบราซิลที่ซึ่งชาว บ้านจับปลาสำหรับอุตสาหกรรมปลาตู้ การจับปลาคาร์ดินัลนั้นถูกประเมิณราคาไว้สูงมากโดยชาวบ้านที่สวมบทบาทเป็น ผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม มันอาจกล่าวได้ว่าพวกชาวบ้านจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมที่มีความเป็น ไปได้ที่จะทำลายธรรมชาติ เช่นการตัดไม้ทำลายป่าเพราะว่าพวกเขาสามารถเลี้ยงชีพอยู่ได้ด้วยการประมง บางทีระหว่างที่พวกเขาจับจากแหล่งกำเนิด คาร์ดินัลมีแนวโน้มว่าจะเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการจับ ในธรรมชาติปลาเหล่านี้อาศัยอยู่ในน้ำอ่อนสุดๆ มีความเป็นกรดแต่ดูเหมือนมันก็จะทนทานกับน้ำที่มีภาวะกระด้าง เป็นด่าง สิ่งที่ต้องกังวลที่สุดก็คือน้ำในตู้ที่มีมลพิษ(รวมทั้งน้ำที่มีไนเตรทใน ระดับสูง) พวกมันพอใจน้ำที่อุ่นสักหน่อย และยอมรับกับอาหารแห้งส่วนใหญ่ได้เร็วมาก ปลาคาร์ดินัลเพาะมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเข้ากับน้ำกระด้างได้ดีกว่าปลาคาร์ดิ นัลที่จับจากธรรมชาติ
P. axelrodi มักถูกเรียกว่าปลานีออนแดงอีกด้วย Cheirodon axelrodi (ชื่อดั้งเดิม)และ Hyphessobrycon cardinalisเป็นชื่อเรียกที่เลิกใช้ไปแล้ว ชื่อสามัญของมัน(คาร์ดินัลเตตร้า)มาจากการที่สีแดงแวววาวของมันชวนให้นึกถึงเสื้อคลุมยาวของพระคาร์ดินัลส่วนชื่อรองของมันตั้งให้เป็นเกียรติแก่นักสัตววิทยา Herbert R. Axelrod

                         ในธรรมชาติปลาคาร์ดินัลจะว่ายทวนน้ำเป็นฝูงจำนวนมากไปที่ผสมพันธุ์ซึ่งบดบังด้วยป่าฝน ซึ่งจะถูกคลุมเป็นร่มเงาอย่างหนาแน่นจากต้นไม้ ดังนั้นจึงไม่มีแสงอาทิตย์มาถึงพวกมัน ที่นี่ปลาจะวางไข่เป็นกลุ่มใหญ่ ในตู้การจับคู่หนึ่งต่อหนึ่งก็พอสำหรับการผสมแต่การเพาะพันธุ์ไม่ได้ต้องการ เพียงแค่น้ำซึ่งค่าต่าง ๆ ของน้ำตรงกับที่กล่าวมาด้านบน ตู้สำหรับการเพาะพันธุ์ยังต้องการร่มเงาอย่างมากเพื่อจำลองสภาพแสงน้อยของ ที่วางไข่ของมัน เมื่อปลาพร้อมที่จะวางไข่ตัวตัวผู้ซึ่งตัวจะเล็กกว่าประมาณครึ่งหนึ่งก็จะ ไล่ตามตัวเมียเข้าไปในดงไม้น้ำ ส่วนตัวเมียซึ่งตัวใหญ่กว่าและมีไข่พร้อมที่จะผสมพันธุ์ก็ยอมให้ตัวผู้ ว่ายอยู่ข้าง ๆ และทั้งตัวผู้และตัวเมียก็จะผสมพันธุ์กัน
นอกจากความต้องการอย่างเข้มงวดในเรื่องของค่าน้ำแล้ว อีกหนึ่งในปัญหาหลักที่ทำให้การเพาะพันธุ์ประสบผลสำเร็จน้อยลงคือตัวของไข่ เอง ไข่ของปลาคาร์ดินัลไวต่อแสงมากและจะไม่ฟักถ้าสัมผัสกับแสง เพราะฉะนั้นหลังจากวางไข่ควรย้ายปลาออกจากตู้แล้วคลุมตู้ไว้เพื่อให้ไข่ได้ พัฒนาในสภาพแวดล้อมที่ต้องการ
เราจะเดินก้าวสู่ปีต่อๆไป พร้อมๆกัน...อย่างมั่นคง

TOP

Rank: 3Rank: 3Rank: 3

UID
126 
สมัครสมาชิกเมื่อ
21-9-2010 
เงิน
112  
ตั้งกระทู้
34  
ตอบกระทู้
526  
เข้าระบบล่าสุด
5-4-2013 
เหมือนๆกันเลยนะครับพี่หนึ่ง

TOP

Rank: 2Rank: 2

UID
825 
สมัครสมาชิกเมื่อ
2-3-2011 
เงิน
8  
ตั้งกระทู้
7  
ตอบกระทู้
181  
เข้าระบบล่าสุด
6-8-2011 
สูบ อีกค่ะ

TOP

Rank: 4Rank: 4Rank: 4Rank: 4

UID
2250 
สมัครสมาชิกเมื่อ
20-7-2012 
เงิน
167  
ตั้งกระทู้
11  
ตอบกระทู้
187  
เข้าระบบล่าสุด
9-4-2013 
เป็นหลีดวิศวะ มันเหนื่อย

TOP