13151

เข้าชม

5

ตอบกลับ
กลับไปที่

UID
สมัครสมาชิกเมื่อ
3-9-2010 
เงิน
2280  
ตั้งกระทู้
649  
ตอบกระทู้
1563  
เข้าระบบล่าสุด
24-8-2014 
go

สาหร่ายกับตู้ปลาทะเล




   เมื่อเราเริ่มต้นตู้ทะเลครั้งแรก ระบบจะอยู่ในลักษณะที่มีแร่ธาตุสารอาหารเพียงเล็กน้อย ไม่เพียงแต่มีปริมาณสิ่งมีชีวิตน้อยเท่านั้น แต่ สภาวะแวดล้อมยังไม่เสถียรภาพ อีกด้วย เช่นมี ความเป็นด่างสูง มี สภาพการออกซิไดซ์สูง และมีสารอินทรีย์อยู่เพียงเล็กน้อย ทันทีที่เริ่มต้น แบคทีเรียและสาหร่ายบางชนิดจะเริ่มเกาะตัวเป็นกลุ่มบนพื้นที่ผิวทั้งหมดในตู้ กระบวนการที่ใช้เวลาและเกิดการเปลี่ยนแปลงของชนิดของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ เราเรียกว่า " กระบวนการนำไปสู่ความสำเร็จ " ซึ่ง จุดที่เราเรียกว่า "สำเร็จ" นั้นก็คือ เกิดมีการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตชนิดที่เราต้องการ หรือสาหร่ายที่ดี เป็นการสำคัญที่จะต้องปล่อยให้มีเวลาของตู้ปลาผ่านไปสักระยะ จนถึงจุดที่ระบบสามารถรองรับการเจริญเติบโตของ ชนิดพันธุ์ของสาหร่ายที่เราต้องการได้ โดยทั่วไปตู้ปลาทะเลจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 - 6 สัปดาห์ หลังจากที่วัฎจักรของไนโตรเจน และไนเตรต สมบูรณ์


สิ่งแรกที่มักจะเกิดขึ้นในตู้

คือ ไดอะตอมสีน้ำตาล ที่ดูเป็นแผ่นฟิล์ม เคลือบบนพื้นที่ผิวของตู้ปลา เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งนี้จะหายไป และถูกแทนที่ด้วย แผ่นของสาหร่าย สีน้ำเงินและ สาหร่ายสีแดง ขั้นตอนนี้สามารถเร่งให้เร็วขึ้นได้โดยให้มีแสงสว่างมาก ๆ และ มีการไหลเวียนของกระแสน้ำที่ดี และเมื่อไรที่สาหร่ายที่เกิดขึ้นไม่ใช่สาหร่ายที่มีสีน้ำตาล คุณก็เริ่มคิดได้แล้วว่าจะให้มีสาหร่ายพันธุ์อะไร อยู่ในตู้ของคุณ


        แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น เราต้องย้อนมาดูจุดสำคัญก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นลำดับขั้นจาก สาหร่ายหรือตะไคร่ที่มีสีน้ำตาลไปเป็นสีอื่น นั้นคือว่าถ้าสาหร่ายถูกทิ้งไว้ด้วยสภาวะเช่นนั้น จะเกิดการใช้ธาตุอาหาร เฉพาะที่ต้องการจนหมด จนทำให้เกิดสภาวะที่ไม่สามารถเจริญเติบโต หรือมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ นั่นก็คือ "ล้มเหลว" แล้วก็ตาย ต่อมาจึงเกิดสาหร่ายชนิดอื่นที่ไม่จำเป็นต้องใช้ธาตุอาหารเฉพาะชนิดนั้น ในการเจริญเติบโต ( ที่หมดไปแล้ว ) และโตขึ้นมาแทน และทันทีที่คุณสามารถเลี้ยงสาหร่ายชนิดที่คุณต้องการได้แล้ว คุณจะต้องรู้จักตัดตกแต่งมัน เปลี่ยนน้ำ และเติมแร่ธาตุอาหาร เพื่อให้มันเจริญเติบโตและมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ โดยไม่เกิดการ "ล้มเหลว" หรือการตายของสาหร่าย ในทำนองเดียวกัน

สาหร่ายขนาดใหญ่ เช่นพวก Caulerpa และ Hamilerda


เป็นสาหร่ายที่นิยมนำมาเลี้ยงกันในตู้ทะเล สาหร่ายพวกนี้เจริญเติบโตเร็ว และช่วยทำให้คุณภาพน้ำในตู้ปลาดี บางทีอาจต้องให้มีกระแสน้ำไหลผ่านมันน้อยลงเพื่อให้มันโตช้าลง ควรทำให้แน่ใจด้วยว่าให้แสงเพียงพอกับความต้องการของมัน และ มีการเติบธาตุอาหารบางอย่าง เช่น เหล็ก เพื่อให้มันเจริญเติบโตได้ดี

สาหร่ายเส้นผม ( hair algae )

จะกลายเป็นสิ่งที่พวกเราไม่ต้องการ เมื่อมันเจริญเติบโตจนคลุมสิ่งต่าง ๆ ในตู้ปลา ( เช่น ปะการัง ) เป็นการดีที่จะควบคุมมัน โดยใช้ สัตว์กินพืช ( herbivores ) ได้แก่ ปลาพวกแท้งค์ขนาดเล็ก ๆ หรือ เม่นทะเลหลาย ๆ ชนิด แต่ถ้าใส่พวกสัตว์กินพืชมากเกินไป พวกมันก็จะกิน สาหร่ายที่คุณต้องการ ไปด้วย แนะนำให้ใส่ลงไป 1 ตัว ต่อน้ำขนาด ประมาณ 200 ลิตร และรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นในตู้ของคุณ


อีกวิธีที่จะควบคุมไม่ให้เกิดการเติบโตของสาหร่ายมากเกินไป


คือการคุม ไม่ให้มีสารอาหารในปริมาณที่สูง ( ไนเตรตและฟอตเฟต ) โดยให้มันอยู่ในระดับขนาดที่วัดไม่ได้ ถ้าระดับฟอตเฟตเกิน 1 ppm ( 1 มิลลิกรัมต่อลิตร ) สาหร่ายเส้นผมก็จะเริ่มเป็นชนิดที่เด่นขึ้นมา สามารถคุมได้โดยการลดการให้อาหาร เปลี่ยนน้ำทีละน้อยบ่อย ๆ และใช้ zeolite resin ที่ดูดจับฟอตเฟตที่มีขายอยู่ทั่วไปในรูปของ phosphate remover


ดูเป็นการวุ่นวายที่จะดูแลให้สาหร่ายที่เลี้ยงไว้สมบูรณ์ แต่สาหร่ายก็เป็นแหล่งผลิตออกซิเจน และอาหาร รวมทั้งใช้ดูแลคุณภาพทางเคมีของน้ำได้ แต่เมื่อเราสามารถไปถึงจุดที่มันสามารถเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ก็เพียงแต่ต้องการการดูแลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เราจะเดินก้าวสู่ปีต่อๆไป พร้อมๆกัน...อย่างมั่นคง

TOP

UID
สมัครสมาชิกเมื่อ
3-9-2010 
เงิน
2280  
ตั้งกระทู้
649  
ตอบกระทู้
1563  
เข้าระบบล่าสุด
24-8-2014 
                       ตะไคร่น้ำ สาหร่าย น้ำเขียว แผ่นฟิล์มเขียวแดงที่เกิดขึ้น ในสภาวะแวดล้อมของตู้ปลาทะเลที่เราเลี้ยงอยู่ ล้วนมีสาเหตุการเกิดมาจากสาหร่ายทั้งสิ้น ในอันที่จริงแล้ว สาหร่ายทะเลเทียบได้กับพืชที่สำคัญของท้องทะเล ที่สาหร่ายในท้องทะเลมีนับหมื่น ๆ ชนิด ทั้งที่เป็นเซลเดียวและหลายเซล แต่เรายังมีชื่อที่ใช้เรียกมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
สาหร่ายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นประเภทสังเคราะห์แสง แต่ไม่มีระบบลำเลียงเหมือนในพืชบก ขยายพันธุ์โดยใช้สปอร์ (เทียบกับพืชบนพื้นดินที่ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด)


สาหร่ายแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

จุลสาหร่าย ( Microscopic algae )

         คือสาหร่ายที่มองได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ เป็นส่วนประกอบสำคัญของพวกแพลงตอนที่ลอยอยู่ในน้ำ


มหสาหร่าย ( Macroscopic algae )

         เป็นสาหร่ายที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มีรูปร่างต่าง ๆ กัน เช่น สาหร่ายพวงองุ่น สาหร่ายใบเลื่อย

สาหร่ายบางชนิดก็มีวงจรชีวิตแบบสลับ คือ เป็นจุลสาหร่าย แล้วต่อมาพัฒนาเป็น มหสาหร่ายก็ได้
ในธรรมชาติ เราพบ 10 จำพวก ( Division ) ในที่นี้จะกล่าวไว้เพียงแค่ 7 ชนิด ส่วนอีก 3 ชนิดจะเป็นพวกที่ไม่พบบ่อย จำแนกได้ดังนี้


CYANOPHYTES

     จำพวกนี้ได้แก่สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน พบขึ้นเกาะตามก้อนหิน และปะการัง เป็นสาหร่ายที่มีบทบาทสำคัญใน nitrogen fixation ที่เปลี่ยน nitrogen จากอากาศ มาเป็น ไนเตรต สู่วัฎจักร ไนโตรเจนสำหรับสิ่งมีชีวิตอื่น



EUGLENOPHYTES

     เป็นสิ่งมีชีวิตยูกลีนอยด์รูปร่างแปลกประหลาด มีขนาดเล็ก และเคลื่อนที่เร็ว เชื่อกันว่าเป็ฯสิ่งมีชีวิตระหว่างพืชและสัตว์


CHRYSOPHYTES

     เป็นกลุ่มใหญ่ที่ประกอบไปด้วย วงศ์ของไดอะตอมเสียเป็นส่วนใหญ่ อาศัยอยู่ในรูปร่างที่มีส่วนประกอบของ Silicon dioxide มักเป็นสาหร่ายตัวแรกที่เกิดขึ้นเป็นโคโลนีในตู้ปลาทะเลใหม่ มีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มสีน้ำตาลปกคลุมทุกพื้นที่ผิว


PYRRHOPHYTES

     เป็นพวกไดโนแฟลกเจลลา (Dinoflagellates) อาศัยอยู่ในทะเลเป็นหลัก เป็นสาหร่ายเซลเดียวที่มีองค์ประกอบซับซ้อน สามารถเรืองแสงได้ในเวลากลางคืน ดังที่เห็นตามชายหาด และเป็นสาเหตุของการเกิดปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ (red tide)


CHLOROPHYTES

     คือสาหร่ายสีเขียว มีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ตู้ปลาทะเลประสบความสำเร็จ ตัวอย่างของสาหร่ายพวกนี้เช่น

Caulerpa, Halimeda (Beavertail Cactus), and Valonia (Sea Grapes).



RHODOPHYTA

     สาหร่ายสีแดง ในความเป็นจริงเราจะพบเห็นได้หลายสี มีความแตกต่างระหว่างพันธุ์มากมาย และพบเป็น มหสาหร่าย ( สาหร่ายขนาดใหญ่ ) เป็นหลัก เช่น องุ่นแดง Botryocladia (Red Sea Grapes) และ Porphyra ( สาหร่ายที่เรากินในซูชิ )


PHAEOPHYTA

     เป็นสาหร่ายสีน้ำตาล เป็นสาหร่ายที่มีวิวัฒนาการสูงสุด เช่นพวก Macrocyctis มีบทบาทที่สำคัญคือเป็นทั้งอาหาร และที่อยู่อาศัยให้กับสัตว์ต่าง ๆ ในท้องทะเล

เราจะเดินก้าวสู่ปีต่อๆไป พร้อมๆกัน...อย่างมั่นคง

TOP

UID
สมัครสมาชิกเมื่อ
3-9-2010 
เงิน
2280  
ตั้งกระทู้
649  
ตอบกระทู้
1563  
เข้าระบบล่าสุด
24-8-2014 




ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเติบโตของสาหร่ายสาหร่าย

   สาหร่าย จะสามารถผลิตอาหารโดยผ่านขบวนการสังเคราะห์แสง กล่าวคร่าว ๆ คือ เปลี่ยน คาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ ให้กลายเป็นออกซิเจนและ น้ำตาล ขบวนการนี้มีความสำคัญมาก ต่อสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในโลก คือในสภาวะที่เหมาะสม สาหร่ายจะผลิตออกซิเจนจำนวนมาก ทำความสะอาดน้ำ และผลิตอาหารให้กับระบบนิเวศน์ จึงดูเป็นการเหมาะสมที่จะให้มีสาหร่ายอยู่ในตู้ปลาทะเลเพื่อให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมในตู้ปลาทะเลที่ดี


  ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อสาหร่าย คือ แสงสว่าง การไหลของกระแสน้ำ อุณหภูมิ สารอาหาร และ คู่แข่งการเจริญเติบโต (รวมถึงสาหร่ายต่างพันธุ์ และผู้ล่ากินสาหร่ายเช่น ปลา ) เราจะมาดูถึงความสำคัญของแต่ละปัจจัยกัน

ภาพตู้ปลาทะเล ร้านไวโอลีน ครูเอก พิษณุโลก


แสงสว่าง


เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง สังเกตได้ว่าแนวปะการังจะได้รับความเข้มของแสงค่อนข้างสูง ทำให้ปะการังที่เลี้ยงต้องการแสงสว่างมากตามกันไปด้วย แสงจำเป็นต่อสาหร่ายมาก ไม่เพียงแต่ปริมาณ แต่ทั้งสี และระยะเวลาที่ได้รับแสง มีผลต่อปริมาณและชนิดของสาหร่ายที่เกิดขึ้น การใช้หลอดฟลูออเรสเซนส์ ไม่ทำให้เกิดปริมาณแสงที่มากไปในสภาวะแวดล้อมของตู้ปลาทะเล การให้แสง 12-16 ชั่วโมงต่อวันนับเป็นการดี และถ้ามีหลาย ๆ หลอด เป็นการดีที่จะมีการเปิด และ ปิด แต่ละหลอดในเวลาที่ต่างๆ กัน เป็นการเลียนแบบ การขึ้น และ ตกลงของดวงอาทิตย์ และการให้แสงจำเพาะต่อชนิดของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในตู้ก็เป็นการสำคัญ ซึ่งควรจะได้ศึกษาต่อไป


ปริมาณสารอาหาร ( Nutrient )


ก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกอันหนึ่ง ที่มีผลกระทบต่อประชากรสาหร่าย สาหร่ายเส้นผม ( hair algae ) และ สาหร่ายเมือก             ( slime algae ) จะเติบโตเร็วมากเป็นผลจากมีธาตุอาหาร คือ ไนเตรต และ ฟอตเฟต เป็นปริมาณมาก ในแนวปะการังมีปริมาณอาหารต่ำ ซึ่งเป็นไปร่วมกับการที่มีสัตว์กินพืชอยู่เป็นจำนวนมากในแนวปะการัง ทำให้มีปริมาณสาหร่ายน้อยในแนวปะการัง สาหร่ายขนาดใหญ่บางชนิด ต้องการเหล็ก ( iron ) และ ธาตุอาหารรอง                  ( trace elements ) หลายชนิด เพื่อการเติบโตที่ดี ตู้ที่มีแสงน้อย ธาตุอาหารมาก และมีการไหลเวียนของน้ำต่ำ จะดูไม่สวยเนื่องมาจากมีสาหร่ายเส้นขน และ สาหร่ายเมือก เติบโต


การไหลเวียนของกระแสน้ำ ( flow )

มีผลในทางเดียวกันกับ ธาตุอาหาร กล่าวคือ ในที่มีการไหลเวียนของกระแสน้ำน้อย จะเกิดพื้นที่ที่มีการสะสมอาหารมาก และสาหร่ายจะเจริญเติบโต และใช้ คาร์บอนไดออกไซด์กับธาตุอาหาร อย่างรวดเร็ว ต่อจากนั้นจะหยุดขบวนการสังเคราะห์แสงและตายลง สาหร่ายขนาดใหญ่หลายชนิด ต้องการการไหลเวียนกระแสน้ำค่อยข้างมากเพื่อให้มีการไหลเวียนของธาตุอาหารมากพอ จึงพบว่ามันเติบโตอยู่ในน้ำที่มีการเคลื่อนที่ตลอด ถ้ามันไปเติบโตในที่ ๆ มีการไหลเวียนกระแสน้ำน้อยเมื่อไหร่ ก็จะถูก สาหร่ายเส้นผม ขึ้นมาบดบัง
อุณหภูมิ จะมีผลกระทบต่อสาหร่ายเมื่อมันมีการเปลี่ยนแปลงมาก ๆ จึงไม่ค่อยพบปัญหาในตู้ที่มีการควบคุมอุณหภูมิ


ที่มาของบทความนี้ reefthailand.com

เราจะเดินก้าวสู่ปีต่อๆไป พร้อมๆกัน...อย่างมั่นคง

TOP

Rank: 4Rank: 4Rank: 4Rank: 4

UID
18 
สมัครสมาชิกเมื่อ
7-9-2010 
เงิน
54  
ตั้งกระทู้
7  
ตอบกระทู้
293  
เข้าระบบล่าสุด
20-8-2014 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆคับ

TOP

UID
สมัครสมาชิกเมื่อ
3-9-2010 
เงิน
2280  
ตั้งกระทู้
649  
ตอบกระทู้
1563  
เข้าระบบล่าสุด
24-8-2014 
แหะๆบอร์ดเงียบ พยายามหาอะไรมาให้อ่านกันอ่ะพี่
เราจะเดินก้าวสู่ปีต่อๆไป พร้อมๆกัน...อย่างมั่นคง

TOP

Rank: 2Rank: 2

UID
825 
สมัครสมาชิกเมื่อ
2-3-2011 
เงิน
8  
ตั้งกระทู้
7  
ตอบกระทู้
181  
เข้าระบบล่าสุด
6-8-2011 
ขอบคุณค่ะ เอาไปใช้กับน้ำจืดได้มั้ยเอ่ย

TOP